"ปิศาจแดง" แมนฯยู ทำโอกาสแซงขึ้นเป็นจ่าฝูง หลุดลอยไปต่อหน้าต่อตา หลังทำได้แค่บุกไปเสมอ แบล็กเบิร์น 0-0 ส่งผลให้ยังรั้งเพียงแค่อันดับที่สองต่อไป ด้วยการมีแต้มตามหลัง เชลซี อยู่หนึ่งคะแนน...
ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันที่ 11 เม.ย. เกม "สงครามกุหลาบ" ที่ทีม "กุหลาบไฟ" แบล็กเบิร์น โรเวอร์ส เฝ้ารังอีวูด ปาร์ค พบศึกหนักกับทีมรองจ่าฝูง "ปิศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยเกมนี้ทีมเยือนที่หากชนะก็จะขึ้นแซง เชลซี เป็นจ่าฝูงทันที ปรากฏว่า ไม่มีชื่อของ เวย์น รูนีย์ ดาวยิงตัวเก่งตามคาด หลังบาดเจ็บจากเกมแชมเปียนส์ลีก เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา
เริ่มเกมมาแค่ 4 นาที เป็นฝั่ง แบล็กเบิร์น มีโอกาสก่อน สตีเวน เอ็นซอนซี ยิงนอกเขตโทษ หลุดเสาซ้ายมือไป ขณะที่นาที 8 วินเซนโซ เกรลลา เปิดให้ คริสโตเฟอร์ แซมบา โหม่งไปเข้ามือ เอ็ดวิน ฟาน เดอ ซาร์
จากนั้น แมนฯยู เริ่มตั้งเกมของตัวเองได้ นาที 25 จังหวะทำเกมขึ้นลุยทางฝั่งขวาของ อันโตนิโอ วาเลนเซีย ก่อนที่ เฟเดริโก มาเคดา จะเป็นคนจ่ายบอลจังหวะสุดท้ายให้ปีกเอกวาดอร์ หลุดเข้าเขตโทษ ไปอัดมุมแคบติดเซฟ พอล โรบินสัน แล้วต่อมานาที 29 นานี มีจังหวะดึงบอลหลอกแนวรับเจ้าบ้าน ก่อนหาโอกาสซัดนอกเขตโทษ ระยะ 25 หลา บอลเหินโด่งออกหลังไป
จากนั้นนาที 33 นานี เป็นคนสับไกให้ทีมเยือนได้ลุ้นอีกครั้ง เมื่อปั้มบอลชนะกองหลังแบล็กเบิร์น ตรงหน้าเขตโทษ ก่อนแตะหาจังหวะปั่นบอลโค้ง หลุดเสาขวามือไป แล้วช่วงท้ายครึ่งแรกนาที 43 แมนฯยู พลาดโอกาสทองที่จะได้ประตูขึ้นนำอย่างน่าเสียดาย ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ ไหลให้ วาเลนเซีย พลิกหลุดเดี่ยวเข้าไปยิงในเขตโทษ แต่ยังติดตัว โรบินสัน ที่ล้มตัวใช้ขาเซฟเอาไว้ได้ ก่อนจบครึ่งแรก แบล็กเบิร์น ยังคงเสมอกับ แมนฯยู 0-0
กลับมาเล่นครึ่งหลังนาที 60 นานี ได้โอกาสซัดฟรีคิกระยะ 25 หลา ก่อนยิงบอลหลุดคานบนไปแบบได้ลุ้น แล้วอีก 3 นาทีต่อมา ดาร์รอน กิ๊บสัน ได้ยิงไกลของถนัด แต่เที่ยวนี้ซัดบอลเลียดหลุดเสาซ้ายมือไปแบบไม่ได้ลุ้น
จากนั้นนาที 67 นานี ได้เปิดฟรีคิกจากกราบขวา ฟิล โจนส์ โหม่งสกัดไม่ดี บอลตกใส่เท้า เบอร์บาตอฟ หาจังหวะยิงติดบล็อกแนวรับเจ้าบ้าน แล้วบอลทะลักมาเข้าทาง กิ๊บสัน หวดสวนตูมเดียว บอลไม่เข้ากรอบหลุดออกหลังไป
ทีมเยือนยังเป็นฝ่ายครองเกมหาโอกาสลุ้นประตูได้ตลอด นาที 74 นานี ได้เปิดบอลจากกราบซ้าย ลุ้นไปหน้าประตูถึง วาเลนเซีย ที่รออยู่ แต่ถูก ชิเวต์ เบียด เลยหาจังหวะยิงไม่ได้ ขณะที่นาที 80 พอล สโคลส์ วางบอลเข้าเขตโทษ ไปที่ แกรี เนวิลล์ โหม่งชงจากเสาไกลกลับมากลางประตู ให้ เบอร์บาตอฟ ได้วางเท้ายิงเน้นๆ แต่ซัดไปตรงตัว โรบินสัน อีก
ช่วงท้ายนาที 83 เนวิลล์ ทุ่มบอลไปหน้าประตู แล้วกองหลังแบล็กเบิร์น ขึ้นโหม่งชนกันเอง บอลไปถึง เบอร์บาตอฟ ได้เอี้ยวตวัดยิงทันที แต่บอลหลุดเสาซ้ายมือไป แล้วอีกนาทีเดียวต่อมา เป็นโอกาสโต้กลับของเจ้าบ้าน เอล -ฮัดจิ ดิยุฟ พาบอลขึ้นมาหน้ากรอบเขตโทษ ก่อนตัดสินใจซัดเอง ไปติดบล็อกแนวรับทีมเยือนออกข้าง ขณะที่นาที 88 ทีมกุหลาบไฟ เกือบได้เฮ เมื่อ ดิยุฟ ไหลบอลให้ สตีเวน เอ็นซอนซี ได้จับบอล ก่อนหาโอกาสซัดในเขตโทษ แต่กองหลังทีมผีแดงยังปราดเข้ามาบล็อกไว้ได้ทันเวลา
ช่วงทดเวลานาทีที่ 3 ทีมเยือนได้ลุ้นครั้งสุดท้าย นานี ตักบอลเข้าเขตโทษให้ สโคลส์ แต่จังหวะพักบอลโดนแนวรับเจ้าบ้านเข้ามาอัด บอลทะลักมาถึง เนวิลล์ หวดสวนด้วยซ้าย บอลหลุดเสาขวามือออกไป ขณะที่ช่วงที่เหลือ ทั้งสองทีมต่างทำอะไรกันไม่ได้ จบเกม แบล็กเบิร์น เสมอ แมนฯยู 0-0 ทำให้ "ปิศาจแดง" เก็บได้เพียงแค่แต้มเดียว ชวดโอกาสแซง เชลซี ขึ้นไปนั่งแท่นจ่าฝูง จากการลงสนาม 34 นัด มี 73 คะแนน ตามหลังทีม "สิงโตน้ำเงินคราม" แต้มเดียว ขณะที่มีโปรแกรมอยู่ในมือเหลืออีกเพียงแค่ 4 นัด ส่วน แบล็กเบิร์น รั้งที่ 11 มี 43 คะแนน
รายชื่อ 11 ผู้เล่นตัวจริงของทั้งสองทีม
แบล็กเบิร์น : พอล โรบินสัน, ฟิล โจนส์, คริสโตเฟอร์ แซมบา, กาเอล ชิเวต์, มิเชล ซัลกาโด, สตีเวน เอ็นซอนซี, วินเซนโซ เกรลลา, นิโกลา คาลินิช, มอร์เทน กัมส์ พีเดอร์เซน, มาร์ติน โอลเซน, เบร็ด เอเมอร์ตัน
แมนฯยู : เอ็ดวิน ฟาน เดอ ซาร์, เนมันยา วีดิช, ริโอ เฟอร์ดินานด์, จอห์น โอเชีย, แกรี เนวิลล์, ไรอัน กิกส์, พอล สโคลส์, นานี, อันโตนิโอ วาเลนเซีย, เฟเดริโก มาเคดา, ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น